แบบทดสอบ Online

สถิติผู้เข้าชม

507750
TodayToday1
YesterdayYesterday397
This WeekThis Week771
This MonthThis Month5808
All DaysAll Days507750

ROBOT TEAM


warayuphat panumphan 'Kru Pu', Powered by Joomla!
หลักการเขียนโปรแกรม PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Thursday, 04 October 2012 08:20

การเขียนโปรแกรม (programming)
การเขียนโปรแกรม (programming) หรือ การเขียนโค้ด (coding) เป็นขั้นตอนการเขียน ทดสอบ และดูแลซอร์สโค้ดของโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ซึ่งถือเป็นขั้นตอนหนึ่งในวงจรชีวิตของการพัฒนาซอฟแวร์ การเขียนโปรแกรมจะได้มาซึ่งซอร์สโค้ดของโปรแกรมนั้นๆ โดยปกติแล้วจะอยู่ในรูป
แบบของ text ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้งานได้ จะต้องผ่านการคอมไพล์ตัวซอร์สโค้ดนั้นให้เป็นภาษาเครื่อง (Machine Language) เสียก่อน
จึงจะได้เป็นโปรแกรมที่พร้อมใช้งาน
การเขียนโปรแกรมถือว่าเป็นการผสมผสานกันระหว่างศาสตร์ของ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ วิศวกรรม เข้าด้วยกัน

ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมหรือพัฒนาโปรแกรม มีขั้นตอนโดยสังเขปดังนี้
วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ (Problem Analysis and Requirement Analysis)
การออกแบบ (Design)
การเขียนโปรแกรม(Programming)
การทดสอบ (Testing)
การจัดทำเอกสาร (Documentation)
การบำรุงรักษา (Maintenance)

การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์
ในการแก้ปัญหาโดยอาศัยวิธีการเขียนโปรแกรม ประกอบด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
1. การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา

2. การออกแบบโปรแกรม
3. การเขียนโปรแกรม
4. การตรวจสอบการทำงาน
5. การบำรุงรักษาโปรแกรม
6. การทำเอกสารประกอบโปรแกรม

การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา
รายละเอียดของปัญหาในเบื้องต้นอาจยังไม่ชัดเจน ในขั้นตอนนี้ ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องวิเคราะห์ปัญหาเพื่อกำหนดรายละเอียดของปัญหาที่ชัดเจนซึ่งได้แก่ รายละเอียดของข้อมูลนำเข้า (input data) และรายละเอียดของข้อมูลส่งออก (output data) รายละเอียดของข้อมูลนำเข้า หมายถึง ข้อมูลที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหา ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่กำหนดให้ หรือข้อมูลที่รับเข้ามา สำหรับข้อมูลส่งออก หมายถึง ข้อมูลซึ่งเป็นผลที่ได้จากการแก้ปัญหา การกำหนดรายละเอียดข้อมูลนำเข้าและข้อมูลส่งออก สามารถทำได้โดยไม่ยุ่งยากจนเกินไป

การออกแบบโปรแกรม
ขั้นตอนการออกแบบโปรแกรมเป็นการออกแบบลำดับการทำงานหรือแก้ปัญหาซึ่งจะต้อง สอดคล้องกับรายละเอียดของปัญหา โดยจะต้องคำนึงถึงการออกแบบโครงสร้างข้อมูลที่เหมาะสมที่จะใช้จัดเก็บข้อมูล เพื่อประมวลผลและการออกแบบขั้นตอนที่ใช้ประมวลผลข้อมูล ในเบื้องต้นเราจะจัดเก็บข้อมูลที่ใช้สำหรับประมวลผลไว้ภายใต้ชื่อตัวแปร เช่นเดียวกับที่เราคุ้นเคยในการกำหนดตัวแปรสำหรับแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล ที่กำหนดเป็นลำดับที่แน่นอนต่อเนื่องกันเพื่อใช้แก้ปัญหา เรียกว่า ขั้นตอนวิธี (algorithms) ขั้นตอนวิธีที่ดีจะต้องมีระบบระเบียบที่แน่นอนและชัดเจนในการแก้ปัญหา ขั้นตอนวิธีและโปรแกรมที่เราออกแบบจะอาศัยโครงสร้างควบคุมการทำงาน 3 อย่าง คือ
• โครงสร้างแบบตามลำดับ (sequential structure) เป็นขั้นตอนการทำงานที่เป็นไปตามลำดับก่อนหลัง และแต่ละขั้นตอนจะถูกประมวลผลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
• โครงสร้างแบบมีทางเลือก (selection structure) เป็นขั้นตอนการทำงานที่บางขั้นตอนจะได้รับหรือไม่ได้รับการประมวลผล ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการ
• โครงสร้างแบบทำซ้ำ (repetition structure) เป็นขั้นตอนการทำงานที่บางขั้นตอนจะถูกประมวลผลซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการ

การเขียนโปรแกรม
ในกรณีที่ได้วิเคราะห์ปัญหาและกำหนดรายละเอียดของปัญหา ตลอดจนออกแบบโปรแกรมอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้วจะถึงขั้นตอนการเขียนโปรแกรม ในขั้นตอนนี้ก็สามารถทำให้สัมฤทธิ์ผลได้โดยง่าย ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม หมายถึง กระบวนการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เพื่อกำหนดโครงสร้างของข้อมูล และกำหนดขั้นตอนวิธีเพื่อใช้แก้ปัญหาตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยอาศัยหลักเกณฑ์การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์แต่ละภาษา หลังจากที่ผู้พัฒนาเขียนโปรแกรมภาษาเสร็จแล้วจะต้องมีการตรวจสอบโปรแกรมที่ เขียนว่าคำสั่งถูกต้องตามไวยกรณ์หรือกฎเกณฑ์ของภาษานั้นหรือไม่ และแปลภาษาโปรแกรมให้เป็นรหัสที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจ ซึ่งเราเรียกว่าการแปล (Compile) ซึ่งจะมีการสอบความถูกต้องของโปรแกรมตามกฎเกณฑ์การใช้ภาษาที่กำหนดขึ้น โดยตัวแปลภาษาหนึ่งๆ และแจ้งให้ผู้ใช้ทราบในกรณีที่ปรากฏข้อผิดพลาดขึ้น ข้อผิดพลาดที่ตรวจพบในขั้นตอนนี้ เรียกว่า ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ (Syntax Error) เมื่อผู้ใช้แก้ไขข้อผิดพลาดเรียบร้อยแล้ว จะต้องทำขั้นตอนการแปลใหม่อีกครั้ง และทำเช่นนี้จนกว่าจะไม่พบข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ใดเลย จึงจะถือว่าโปรแกรมถูกต้อง และสมารถรันโปรแกรมเพื่อแก้โจทย์ปัญหาได้

การตรวจสอบการทำงาน
ข้อผิดพลาดจากการทำงานอาจเกิดขึ้นได้จากหลายๆ สาเหตุ เช่น ข้อผิดพลาดจาก
ข้อมูลนำเข้า ข้อผิดพลาดจากโครงสร้างที่ใช้จัดเก็บข้อมูล ข้อผิดพลาดในขั้นตอนวิธีที่ใช้แก้ปัญหา เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลโปรแกรมไม่ถูกต้อง การตรวจหาและ
แก้ไขข้อผิดพลาดจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งโดยในขั้นตอนนี้ผู้เขียนโปรแกรมจะตรวจสอบว่า ขั้นตอนวิธีและโปรแกรมที่เขียนขึ้นสอดคล้องกับรายละเอียดของปัญหาหรือไม่ นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบว่าขั้นตอนวิธีและโปรแกรมสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ โดยการประมวลผลโปรแกรมด้วยชุดข้อมูลทดสอบหลายๆ ชุด โดยคำนึงถึงทั้งชุดข้อมูลทดสอบที่ถูกต้อง และชุดข้อมูลทดสอบที่ไม่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าโปรแกรมสามารถรองรับข้อมูลเข้าได้ในทุกกรณี โดยไม่ทำให้เกิดการหยุดชะงักระหว่างการประมวลผลโปรแกรม ในกรณีที่พบข้อ
ผิดพลาด ผู้เขียนโปรแกรมจะดำเนินการแก้ไขทั้งในส่วนของโปรแกรมและส่วนของ รหัสลำลองหรือผังงาน ตามแต่ที่ผู้เขียนโปรแกรมเลือกใช้สำหรับเขียนขั้นตอนวิธีในขั้นตอนของการออก แบบโปรแกรม

การบำรุงรักษาโปรแกรม
เมื่อมีการนำโปรแกรมไปใช้งานระยะหนึ่ง เป็นไปได้ที่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการแก้ปัญหา เช่น ในตัวอย่างการคำนวณรายได้ของบริษัทเคเบิลทีวี อาจมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณเคเบิลทีวีสำหรับบ้าน พักอาศัย ซึ่งได้กำหนดเป็นค่าคงที่ในโปรแกรม หรือ บริษัทมีนโยบายในการให้ส่วนลดกับสมาชิกเก่า หรือบริษัทเพิ่มแผนโฆษณาเชิญชวนให้ลูกค้าสมัครเป็นสมาชิก โดยมีเงื่อนไขพิเศษมากมาย เป็นเหตุให้ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องแก้ไขโปรแกรมให้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่ เปลี่ยนแปลงไป การแก้ไขในลักษณะนี้ เรียกว่า การบำรุงรักษาโปรแกรม

การทำเอกสารประกอบโปรแกรม
การทำเอกสารประกอบโปรแกรมเป็นงานที่สำคัญของการพัฒนาโปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมช่วยให้ผู้ใช้โปรแกรมเข้าใจวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จะต้องใช้กับโปรแกรม
ตลอดจนผลลัพธ์ที่จะได้จากโปรแกรม การทำโปรแกรมทุกโปรแกรมจึงควรต้องทำเอกสารกำกับ โดยรวบรวมรายละเอียดตั้งแต่การพัฒนาโปรแกรมจนถึงการทดสอบโปรแกรม เพื่อใช้สำหรับการอ้างอิงเมื่อจะใช้งานโปรแกรมและเมื่อต้องการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรม
เอกสารที่จัดทำขึ้นควรประกอบด้วย
1. วัตถุประสงค์
2. ประเภทและชนิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้ในโปรแกรม
3. วิธีการใช้โปรแกรม
4. แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบโปรแกรม
5. รายละเอียดโปรแกรม
6. ข้อมูลตัวแทนที่ใช้ทดสอบ
7. ผลลัพธ์ของการทดสอบ
จะเห็นได้ว่า แม้ผู้เขียนโปรแกรมจะดำเนินการนับจากขั้นตอนการวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา การออกแบบโปรแกรม การเขียนโปรแกรม ตลอดจนการตรวจสอบการทำงานในเวลาเพียงน้อยนิด แต่ในขั้นตอนการบำรุงรักษาโปรแกรมจะมีช่วงเวลานานไปตลอดอายุการใช้งานของโปรแกรม ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่มากกว่า 4 ขั้นตอนแรกอย่างมาก

Last Updated on Saturday, 31 August 2013 02:09
 

Poll กรุณาตอบคำถามค่ะ

คุณเขียนโปรแกรมบ่อยแค่ไหน
 

Poll สื่อการสอน

สื่อแบบไหน ที่คุณชอบ
 

จำนวนผู้ชมที่ online ขณะนี้

We have 3 guests online

analogclock

search engine

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner